fbpx

บทความในตอนนี้จะแนะนำปลั๊กอิน WordPress ที่จะช่วยเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้กับเว็บไซต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กอินสำหรับช่วยจัดหน้าเพจ ปลั๊กอินช่วยเพิ่มความเร็วการโหลดหน้าเว็บ หรือปลั๊กอินสำหรับเพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ WordPress ของคุณ

ปลั๊กอิน WordPress ที่นำมาแนะนำในบทความนี้ มาจากประสบการณ์ของแอด ที่ทดลองใช้ปลั๊กอินต่างๆ กับเว็บไซต์ของตัวเอง แล้วจึงคัดเลือกปลั๊กอินที่คิดว่าใช้งานดีที่สุดมาแนะนำ

คุณสามารถอ่านวิธีติดตั้งปลั๊กอินอย่างละเอียดได้ในบทความ คู่มือ WordPress 5.3 แบบเจาะลึก

หรือหากคุณกำลังอยากสร้างเว็บของตัวเองด้วย WordPress ที่มีปลั๊กอินเพิ่มลูกเล่นให้เลือกใช้มากมาย สามารถอ่านพื้นฐานในบทความ แนะนำ WordPress สำหรับผู้เริ่มต้น

01

จัดหน้าง่ายๆด้วยปลั๊กอิน WordPress Page Builder

ปลั๊กอิน WordPress Page Builder จะช่วยให้คุณจัดรูปแบบเนื้อหาในหน้า Posts และ Pages ในเว็บ WordPress ของคุณได้อย่างง่ายดาย ทดแทนตัวจัดหน้าแบบเดิมของ WordPress (Classic Editor)

1.1

Elementor Page Builder

ปลั๊กอิน Elementor Page Builder

Elementor Page Builder เป็นปลั๊กอินที่จะช่วยให้คุณจัดหน้าเนื้อหาต่างๆใน WordPress ได้อย่างรวดเร็ว โดยคุณไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดใดๆเพิ่ม ก็สามารถออกแบบ-สร้าง หน้าเว็บสวยๆได้อย่างง่ายๆ 

ลักษณะการใช้งาน Elementor เป็นแบบ Drag-and-drop เพียงเลือกบล็อกเนื้อหาที่ต้องการ ลากไปวางบนหน้า จากนั้นก็ปรับแต่งบล็อกตามต้องการ

จุดเด่นของ Elementor Page Builder:

บล็อกเนื้อหาต่างๆใน Elementor Free
บล็อกเนื้อหาต่างๆใน Elementor Free
Elementor Template ที่มีให้เลือกกว่า 300 แบบ
แบบสำเร็จรูปที่มีให้เลือกใช้ใน Elementor

Elementor Pro

ปลั๊กอิน Elementor Pro Page Builder

Elementor Pro เป็นปลั๊กอินสำหรับเพิ่มลูกเล่นให้กับ Elementor Page Builder อีกทีหนึ่ง โดยจะเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานขั้นสูงต่างๆ เช่น รองรับการใช้งาน Dynamic Content หรือมี Theme Builder ให้คุณออกแบบธีมได้เองตามใจชอบ ซึ่งเว็บ ThaiWPCentral เองก็ใช้ Elementor Pro ในการออกแบบเช่นกัน

ข้อดีของ Elementor Pro:

บล็อกเนื้อหาที่มีให้ใช้ใน Elementor Pro
บล็อกเนื้อหาที่มีให้ใช้ใน Elementor Pro
Elementor Template ที่มีให้เลือกกว่า 300 แบบ
Elementor Template ที่มีให้เลือกกว่า 300 แบบ
1.2

Divi Page Builder

Divi Page Builder เป็นอีกหนึ่งปลั๊กอิน WordPress ที่ใช้ช่วยจัดหน้าทดแทน WordPress Classic Editor โดยมีการใช้งานคล้ายๆกับ Elementor คือ Drag-and-drop

Divi นั้นไม่มีเวอร์ชันฟรี แต่คุณสามารถทดลองใช้งานได้ผ่านหน้า Demo ของ Divi

โดยส่วนตัวที่แอดทดลองใช้ Divi Builder เทียบกับ Elementor พบว่าการตอบสนองของ Editor การเลือก Element บนหน้าจอ และการเข้าถึงเมนูต่างๆนั้น Elementor จะเร็วกว่า

เมนูของ Divi จะเป็นแบบ Floating Window คือคลิกแแล้วมีหน้าต่างตั้งค่าลอยขึ้นมา ขณะที่ Elementor เมนูจะอยู่ด้านซ้ายมือเสมอ (อันนี้แล้วแต่ความถนัด)

ส่วนฟังก์ชันลูกเล่นต่างๆนั้นจะคล้ายๆกัน รวมถึงมี Theme Builder และ Template สำเร็จรูปให้ด้วย

ปลั๊กอินจัดหน้า Divi Builder
หน้าตาการใช้งาน Divi Builder
Template สำเร็จรูปของ Divi Builder
Template สำเร็จรูปของ Divi Builder
02

โหลดหน้าเว็บเร็วทันใจด้วย Cache ปลั๊กอิน

Cache Plugins เป็นปลั๊กอิน WordPress ที่เว็บของคุณควรมีติดไว้อย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้หน้าเว็บ WordPress ของคุณโหลดได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มคะแนน Page Speed แถมช่วยประหยัดทรัพยากรและ Bandwidth ของเซิร์ฟเวอร์ด้วย

2.1

WP-Rocket

WP-Rocket ปลั๊กอินเพิ่มความเร็ว WordPress

WP-Rocket เป็น Cache Plugin ที่นิยมอันดับต้นๆสำหรับผู้ที่สร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress

จุดเด่นของ WP-Rocket

นอกจากนี้ หากคุณกำลังหาเว็บโฮสติ้งอยู่ และสนใจใช้ WP-Rocket แอดแนะนำโฮสติ้งของ ThaiDataHosting ซึ่งมีโปรติดตั้ง WP-Rocket ให้ฟรี

สามารถอ่านขั้นตอนการขอติดตั้ง WP-Rocket ฟรีได้ใน คู่มือติดตั้ง WordPress บน ThaiDataHosting

WP-Rocket ปลั๊กอิน WordPress แคช
หน้าตาเมนูต่างๆในปลั๊กอิน WP-Rocket
2.2

Swift Performance

Swift แคชปลั๊กอิน WordPress

Swift Performance เป็นปลั๊กอิน WordPress ที่มาใหม่ และกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มีทั้งเวอร์ชันฟรี และ Swift Performance Pro ที่เสริมฟังก์ชันเพิ่มความเร็วการโหลดหน้าเว็บของคุณไปอีกขั้น

จุดเด่นของ Swift Performance

Swift Performance แคชปลั๊กอิน WordPress
หน้าตาเมนูใน Swift Performance
2.3

Asset CleanUp

ปลั๊กอิน Asset CleanUp

Asset CleanUp: Page Speed Booster เป็นปลั๊กอินฟรี ที่ไม่เชิงเป็นแคชปลั๊กอิน แต่ใช้สำหรับช่วยลดขนาดไฟล์ หรือตัดฟังก์ชันการใช้งานที่ไม่จำเป็นบน WordPress ออก ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากร CPU เซิร์ฟเวอร์ และทำให้หน้าเว็บของคุณโหลดได้เร็วขึ้นด้วย

นอกจอกเวอร์ชันฟรี ยังมี Asset CleanUp Pro ที่เพิ่มฟังก์ชันการลดขนาดโค้ด และเพิ่มความเร็วในการโหลดโค้ดต่างๆ

ข้อดีของปลั๊กอิน Asset CleanUp:

หน้าตั้งค่าปลั๊กอิน Asset CleanUp
หน้าตั้งค่าปลั๊กอิน Asset CleanUp
ปลั๊กอิน Asset Cleanup สำหรับปิดโค้ดที่ไม่จำเป็นบนหน้า WordPress
เลือกปิดโค้ดที่ไม่จำเป็นบนหน้า WordPress
2.4

GA Google Analytics

ปลั๊กอิน GA Google Analytics

GA Google Analytics เป็นปลั๊กอินฟรีที่ใช้ติดตั้งโค้ด Google Analytics บนเว็บไซต์ของคุณเอง แทนที่จะโหลดจากเว็บ Google Analytics ซึ่งจะช่วยลด HTTP Request ทำให้หน้าเว็บโหลดเร็วขึ้น รวมถึงเพิ่มคะแนน Page Speed ในส่วนของ Browser Caching ด้วย

ข้อดีของปลั๊กอิน GA Google Analytics:

ปลั๊กอิน GA Google Analytics
เมนูตั้งค่าปลั๊กอิน GA Google Analytics
2.5

WP-Sweep

WP-Sweep Logo

WP-Sweep เป็นปลั๊กอินที่ใช้ทำความสำอาดฐานขอมูลของคุณได้ทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่ลบ Post Revision เก่าๆไปจนถึง Post Meta ต่างๆที่ไม่ได้ใช้งาน

ทำความสะอาด Database ด้วย WP-Sweep
ทำความสะอาด Database หมดจดทุกมุมด้วย WP-Sweep
03

เพิ่มอันดับหน้าเว็บด้วยปลั๊กอิน SEO

การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ถือเป็นหัวข้อที่ขาดไม่ได้ หากเว็บของคุณต้องการโตด้วย Organic Traffic ซึ่งปลั๊กอิน WordPress สำหรับทำ SEO จะเป็นเหมือน Check List ที่จะช่วยคุณตรวจสอบหัวข้อ On-Page SEO ต่างๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐานเสิร์ชเอนจินอย่าง Google รวมถึงช่วยทำให้บอทจากเสิร์ชเอนจินสามารถค้นหา และเข้าใจเนื้อหาเว็บไซต์ของคุณได้เร็วขึ้นด้วย

3.1

RankMath SEO

ปลั๊กอิน RankMath SEO

RankMath SEO เป็นปลั๊กอิน SEO ฟรี ที่อัดแน่นด้วยฟังก์ชันที่จะช่วยให้เว็บของคุณทำอันดับ SEO ได้ดีขึ้น รองรับเนื้อหาภาษาไทย เหมาะสำหรับเว็บที่ใช้ปลั๊กอินจัดหน้า Elementor เป็นอย่างยิ่ง

จุดเด่นของ RankMath SEO

RankMath SEO ปลั๊กอิน WordPress
หน้าตามเมนูการตั้งค่าใน RankMath
RankMath SEO ปลั๊กอิน WordPress
On-Page SEO Checklist สำคัญๆที่ครบครัน
3.2

Yoast SEO

ปลั๊กอิน Yoast SEO

Yoast SEO เป็นปลั๊กอิน SEO ที่คนนิยมใช้ มีทั้งแบบฟรี และ Yoast SEO Premium ซึ่งเพิ่มฟีเจอร์การใช้งานเช่น Multiple Focus Keywords, Rich Snippet, Redirect Manager เป็นต้น

ส่วนหนึ่งที่แอดยกให้ RankMath เป็น SEO แนะนำมากกว่า Yoast เนื่องจาก Yoast รองรับการใช้งานภาษาไทยบน Elementor ได้ไม่ดีเท่า RankMath รวมถึงฟีเจอร์ที่ต้องเสียเงินใน Yoast นั้น RankMath มีให้ใช้ฟรีเกือบทั้งหมด และแอดว่าหน้าตาการตั้งค่าใน RankMath นั้นใช้งานได้ง่ายกว่า Yoast ด้วย

หน้าตาเมนูในปลั๊กอิน Yoast SEO
หน้าตาเมนูในปลั๊กอิน Yoast SEO
On-Page SEO Checklist ในปลั๊กอิน Yoast
On-Page SEO Checklist ใน Yoast
3.3

Site Kit by Google

SIte Kit Logo

Site Kit เป็น Official Plugin ที่พัฒนาโดย Google ที่ให้คุณสามารถติดตั้งบริการจาก Google ไม่ว่าจะเป็น Search Console, Analytics, PageSpeed, Tag Manager, AdSense หรือ Optimize ลงบนเว็บ WordPress ของคุณได้อย่างง่ายดาย

จุดเด่นของ Site Kit

ปลั๊กอิน Site Kit สำหรับติดตั้งบริการหลักๆของ Google ใน WordPress
ปลั๊กอิน Site Kit สำหรับติดตั้งบริการหลักๆของ Google ใน WordPress
3.4

Schema & Structured Data

ปลั๊กอิน Schema & Structured Data

Schema & Structured Data เป็นปลั๊กอินฟรีสำหรับเพิ่ม Rich Snippet ที่จะปรากฎอยู่บนส่วนต้นๆของ Google SERP

ปลั๊กอิน Schema & Structures Data รองรับ Schema ได้ถึง 33 แบบ รองรับ JSON-LD ซึ่งเป็นโค้ดมาตรฐานที่ Google แนะนำ ติดตั้งใช้งานง่าย เราไม่ต้องเขียนโค้ด Schema เอง รวมถึงปลั๊กอินสามารถปรับตั้งค่าต่างๆได้ค่อนข้องเยอะ

ในส่วนของ Schema & Structured Data Pro จะเพิ่ม Schema เช่น Course, WooCommerce และ Review Module

ข้อดีของปลั๊กอิน Schema & Structured Data:

ตัวอย่าง Google Rich Snippets
ตัวอย่าง Google Rich Snippets (Video)
การสร้าง Rich Snippets ด้วยปลั๊กอิน Schema & Structured Data
การสร้าง Rich Snippets ด้วยปลั๊กอิน Schema & Structured Data
การคั้งค่าปลั๊กอิน Schema & Structured Data ในหน้า Posts
การคั้งค่าปลั๊กอิน Schema & Structured Data ในหน้า Posts
04

ปลั๊กอินสำหรับเพิ่มความปลอดภัยให้ WordPress

ปลั๊กอิน WordPress ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณปลอดภัยตลอด 24 ชม. ทั้งป้องกันการถูกแฮ็ก และช่วยสำรองข้อมูลต่างๆบนเว็บไซต์

4.1

WordFence Login Security

ปลั๊กอิน WordFence

WordFence Login Security เป็นปลั๊กอินฟรี สำหรับเพิ่มความปลอดภัยในการล็อกอินเข้า WordPress Admin ด้วย Two-Factor Authentication (2FA) โดยหลังจากใส่รหัสผ่านแล้วผู้ล็อกอินจะต้องใส่รหัสตัวเลขจากแอพพลิเคชันบนมือถืออย่าง Google Authenticator อีกหนึ่งชั้น ถึงจะเข้าสู่หน้า WordPress Admin ได้

WordFence Login Security เป็นปลั๊กอินย่อยของ WordFence อีกทีหนึ่ง ซึ่งปลั๊กอิน WordFence จะมาพร้อมกับฟังก์ชันความปลอดภัยที่เยอะกว่า เช่น Firewall และ Malware Scanner

อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่ต้องการปลั๊กอินเบาๆ สำหรับเพิ่มความปลอดภัยให้กับการล็อกอินเข้า WordPress Admin ปลั๊กอิน WordFence Login Security ถือเป็นทางเลือกที่ดีอันหนึ่ง

4.2

Updraft Plus Backup/Restore

ปลั๊กอิน UpdraftPlus Backup/Restore

UpdraftPlus เป็นปลั๊กอิน WordPress ที่ดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี ใช้สำหรับสำรองข้อมูลเว็บไซต์ WordPress ของคุณ สามารถตั้งเวลาการสำรองข้อมูลได้ รวมถึงถ่ายโอนไฟล์สำรองข้อมูลไปยัง Cloud Drive ต่างๆได้อย่างสะดวก

ข้อดีของปลั๊กอิน UpdraftPlus:

ปลั๊กอินสำรองข้อมูล UpdraftPlus
การตั้งค่าสำรองข้อมูลลง Cloud Drive ของ UpdraftPlus
05

แก้โค้ดง่ายๆด้วยปลั๊กอิน Code Manager

ปลั๊กอิน WordPress Code Manager จะช่วยให้คุณแก้ไขโค้ดต่างๆใน WordPress เช่น Header, Footer หรือ functions.php ได้อย่างง่ายๆผ่านการตั้งค่าในปลั๊กอินโดยตรง

5.1

Code Snippets

ปลั๊กอิน Code Snippets

Code Snippets เป็นปลั๊กอิน WordPress ที่ใช้ได้ฟรี ช่วยให้คุณเพิ่มโค้ดใน functions.php ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเข้าไปแก้โค้ดในไฟล์ functions.php โดยตรง ป้องกันปัญหาเผลอทำไฟล์ในโค้ดเสียหาย

ข้อดีของปลั๊กอิน Code Snippets:

Code Snipper ให้คุณเปิด-ปิด pup โค้ดผ่านปลั๊กอินอย่างง่ายดาย
Code Snipper ให้คุณเปิด-ปิด pup โค้ดผ่านปลั๊กอินอย่างง่ายดาย
การใส่โค้ด php ผ่านปลั๊กอิน Code Snippets
การใส่โค้ด php ผ่านปลั๊กอิน
5.2

Header Footer Code Manager

Header Footer Code Manager (HFCM) เป็นปลั๊กอิน WordPress ที่ให้คุณดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี ช่วยให้คุณใส่ HTML โค้ดในส่วนของ Header หรือ Footer ของธีม เช่น โค้ด Google Analytics ได้อย่างสะดวก โดยที่คุณไม่ต้องไปแก้ไขโค้ดใดๆในธีมไฟล์

ข้อดีของ Header Footer Code Manager:

WordPress ปลั๊กอิน Header Footer Code Manager
เมนูจัดการโค้ดในปลั๊กอิน HFCM
WordPress ปลั๊กอิน Header Footer Code Manager
การตั้งค่าโค้ดในปลั๊กอิน HFCM

อ่านจบแล้ว ไงต่อ...?

บทความนี้มีประโยชน์กับคุณแค่ไหน ?

โหวตเลย! เรายินดีรับฟังทุกความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงบทความให้มีประโยชน์กับคุณมากที่สุด

คุณคาดหวังอะไรในบทความนี้ หรือมีอะไรที่อยากให้เราเพิ่มเติม?

แชร์ต่อ…

อ่านจบแล้วก็แชร์ความรู้นี้ต่อ ให้เพื่อนๆที่สนใจการทำเว็บ หรือทำร้านขายของออนไลน์ด้วยไงล่ะ คลิกเพื่อแชร์จากลิงก์โซเชียลมีเดียขาประจำด้านล่างได้เลย! (แอดขอขอบคุณที่ช่วยแบ่งปันความรู้ให้เพื่อนๆนะ =/\=)

Scroll to Top

Table of Contents

Share
Tweet
Share
Pin